Calendar
 
   
 
Diary Update
 
 
วิธี ทำให้สิวหาย
Forward Mail ครับ :D
ขำ ๆ
Funny Pic
ดอกลิลลี่สีขาว
น้ำตาในตึกขาว
At the airport
Waldorf Education
08/08/06
I'm back!!!
28 กรกฏาคม 2521
เสื้อสีเหลือง
19 - กรกฏา 2006
เรื่องของปักเจกบุคคล
Friday 14 July 2006
จดหมายที่แม้วเขียนไปกราบตีน Bush
ดึงมาจาก manager.co.th
กลับมาแล้วครับ
เช้าวันใหม่กับที่เก่า
กลับมาเมืองไทยแล้วครับ
10:00 pm
เขียนยาวหน่อยนะ เพราะไม่ได้เขียนนาน
At the airport
ไปละนะ
contractor
หายไปนาน
โดเรมอนตอนจบ
....
Gonna update my diary .......
ขอบคุณครับ...
...............
Pre Feb 26
วันนั้นที่งานรับปริญญา
กระสือ วาเลนไทน์
forward mail ฉบับหนึ่ง
block สื่อ
พรุ่งนี้ สี่ กุมภา คุณจะไปเดินกับเขาหรือเปล่า
ประโยชน์ส่วนตัว กับประโยชน์ส่วนรวม
เสียงตามสาย

 
 
Favourites Diary
 
  dayalone
aims
 
 



 

กลับมาเมืองไทยแล้วครับ

กลับมาถึงเมืองไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ เมื่อประมาณ เที่ยงคืนนิด ๆ ของคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาโดยหวาด ๆ ว่าจะไม่ทันกลับมาดูบอลโลก

คือตอนนี้ผมมีความสับสนเรื่องเวลากับวันที่นิดหน่อยนะครับ เพราะอเมริกา กับบ้านเราเวลาห่างกัน 12 ชั่วโมง คือเที่ยงวัน กับเที่ยงคืน และถ้าบ้านเราเป็นวันที่ 9 ที่นั่นก็เป็นวันที่ 8 และเพราะเป็นอย่างเนี๊ย นี่แหละ ผมก็เลยไม่แน่ใจว่าบอลโลกมันเริ่มวันไหนกันแน่

รู้สึกงง นิด ๆ เมื่อเครื่องบินลดระดับลงมาจูบผืนแผ่นดินไทย ผมออกมาดูผู้คนบนถนน ต่างใส่เสื้อสีเหลืองกันอย่างเนืองแน่น

"ฉิบหอย" !!!!

หรือว่าวันนี้ บราซิลเตะ ถ้าอดดูบราซิลเตะคงเซ็งแย่

สรุปว่าเขาใส่เสื้อเฉลิมพระเกียรตินายหลวงท่าน การทำงานติดต่อกันนาน ๆ ก็เลยทำให้บางที เราลืมเรื่องสำคัญ ๆ กันไปได้เหมือนกัน ได้ข่าวมาว่าเสื้อเฉลิมพระเกียรติ ที่ขายตัวละ 250 ตอนนี้ ราคาพุ่งขึ้นไปเกือบ 800 บาท ธนบัตร ที่ละลึก 100 บาท ก็มีคนเอามาขายที่ราคา 150 บาท

ทางหนึ่งเรื่องนี้ ก็แสดงให้เห็นถึงความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อพระเจ้าอยู่หัว แต่ในอีกทางหนึ่ง ไอ้พวกที่มาหากำไรกับงานเฉลิมพระเกียรตินี่ ก็ดูไม่งามซักเท่าไหร่

**************************

เมื่อคืนก่อนกลับผมไปดูโชว์ Jubilee ที่ Bally's มา เป็นโชว์ ที่เขาว่าค่าชุดแพงที่สุดใน Las Vegas โดยที่นักแสดงแต่ละคนจะมีค่าชุดถึงประมาณ 5,000 เหรียญ (ประมาณ 200,000 บาท)

โชว์ที่นี่ ส่วนใหญ่จะเป็นโชว์ที่ไม่ใส่เสื้อ แล้วแบบนี้ ราคาค่าชุดทำไมถึงปาเข้าไปถึง 200,000 ได้นะเนี่ย หรือว่าตอนเขาแสดง ผมมัวแต่ดูนม เลยไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญกับชุดสักเท่าไหร่ อันนี้ ก็ไม่ทราบได้เหมือนกัน

กลับมาเมืองไทยแล้วครับ

กลับมาเมืองไทยแล้วครับ

ถ้าใครจะไปดู ค่าตั๋วเข้าไป มีตั้งแต่ 62 เหรียญ ไปจนถึง 85 เหรียญ ไหน ๆ จะไปดูชุดที่มันอลังการ (ตู้ม ๆ) ทั้งที ยอมกัดฟันนิดหน่อยซื้อตั๋ว 85 เหรียญ เข้าไปดูดีกว่า คุ้มค่ากว่ากันเยอะมากครับ เพราะคุณจะได้นั่งชิดติดขอบเวลาดู (ชุด ๆ) ได้อย่างเต็มที่ อ้อ อย่าลืมเอาผ้าไปเช็ดน้ำลาย ด้วยละกันนะครับ

กลับมาเมืองไทยแล้วครับ

********************

ผมอยู่ลาสเวกัส ประมาณ สัปดาห์กว่า ๆ แต่ไม่มีอะไรที่ผมประทับใจเท่ากับตอนที่ผมอยู่นิวยอร์ค

จริง ๆ แล้วอาจจะเป็นเพราะผมเคยอยู่ ซิดนีย์มาก่อน การมานิวยอร์คคราวนี้ตึกรามบ้านช่องต่าง ๆ ของทั้งสองเมืองดูใกล้เคียงกันมาก เพียงแค่ว่าขนาดของ CBD (Central Business Distric คือย่านธุรกิจ) ของซิดนีย์ อาจจะมีขนาด เพียง 1 ใน 20 ของเกาะ แมนฮัตตัน เท่านั้นเอง และความสูงของตึกโดยเฉลี่ยแล้ว ที่แมนฮัตตัน น่าจะสูงกว่าที่ ซิดนีย์ ประมาณ เท่า หรือ เท่าครึ่งเลยทีเดียว

 ถ้าไม่เทียบเรื่องขนาดของเมือง และความสูงของตึกแล้ว เมืองทั้งสองก็แทบจะไม่แตกต่างกันเลย ในสายตาของผม ดูภาพข่างล่าง คุณจะเห็นภาพบน ของนิวยอร์ค และภาพล่างของซิดนีย์ คุณจะได้ความรู้สึกว่ามันคล้าย ๆ กันใช่ไหมครับ

กลับมาเมืองไทยแล้วครับ

กลับมาเมืองไทยแล้วครับ

และนั่นมันก็เลยทำให้ผมรู้สึก ว่าการมานิวยอร์ค เป็นอะไรที่คุ้นตา จนผมไม่รู้สึกเหมือนการได้ไปเมืองนอกซักเท่าไหร่

*************

ผมชอบนิวยอร์คอยู่สามอย่างครับ นั่นก็คือ สวนสาธารณะ, พิพิธพันธ์ และ แหล่งชอบปิ้ง

Central Park ที่นิวยอร์ค เป็นอะไรที่ใหญ่ โคตร พ่อ จริง ๆ ครับ ไม่น่าเชื่อว่ากลางเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนคับคั่ง จะมีสวนสาธารณะ ขนาดใหญ่ได้ถึงขนาดนี้ สำหรับผมแล้ว มันออกจะเหมือน ป่า ที่มีการจัดสรร อย่างดี มากกว่าจะเป็นเพียงสวนสาธารณะ ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ช่วงปี 1857 มาจนถึงปัจจุบัน สวนสาธารณะ แห่งนี้ ก็มีอายุกว่า 150 ปีเข้าไปแล้ว ค่าใช้จ่ายในสมัยนั้น สูงกว่า 10 ล้านเหรียญ และเหตุผลในการสร้าง ก็เพราะว่า พวกยุโรป ดูถูกอเมริกา ว่าไม่เห็นคุณค่าของ ธรรมชาติ และวัตถนธรรม ก็เลยสร้าง สวนสาธารณะที่ใหญ่ ๆ ขึ้นมาข่มซะเลย

ผมไม่รู้ว่า สวนนี้ใหญ่ขนาดไหน แต่ลองดูภาพข้างล่างดูละกันนะครับ อาจจะทำให้เห็นภาพชัดขึ้น

กลับมาเมืองไทยแล้วครับ

อันนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของพื้นที่ทั้งหมดนะครับ ของจริง ใหญ่กว่าในภาพอีกเยอะทีเดียว

**************

อย่างที่สองที่ผมชอบมากก็คือพิพิธภัณฑ์ แต่ด้วยเวลาที่น้อยทำให้ผมได้ไปเพียงไม่กี่ที่

ที่ ที่ผมชอบมากที่สุดคือ Amercian Museum of Natural History เพราะที่นี่มีหลายอย่างที่น่าสนใจ มีไดโนเสาร์ ประวัติศาสตร์ชาติพันธ์ต่าง ๆ และสัตว์ สตาฟมากมาย ค่าตั๋ว อยู่ที่ประมาณ 16 เหรียญ มั๊งครับ แต่นั่นคือราคาที่เขาแนะนำ คุณจะจ่ายเท่าไหร่ก็ได้ เหรียญ เดียวก็ได้ เพราะเงินทั้งหมด เป็นเงินที่บริจาคให้กับทางพิพิธภัณฑ์ครับ

กลับมาเมืองไทยแล้วครับ

กลับมาเมืองไทยแล้วครับ

*************

และที่สุดท้ายที่ผมชอบก็คือแหล่งชอปปิ้งที่ Times Square ครับ ผมว่าเป็นพื้นที่ ที่บริหารจัดการได้ดีทีเดียว และป้ายโฆษณา ที่นี่ ก็ทำได้ดีมาก ๆ และแต่ละป้าย ก็ไม่ยอมน้อยหน้ากันเลยทีเดียว

คุณลองดูภาพประกอบข้างล่างละกันนะครับ ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดีเหมือนกัน

กลับมาเมืองไทยแล้วครับ

กลับมาเมืองไทยแล้วครับ

กลับมาเมืองไทยแล้วครับ

 

สรุปว่า โดยรวม ไปทำงานคราวนี้ ก็สนุกดีครับ ได้อะไรติดสมองมาด้วยนิด ๆ หน่อย ๆ เสียดายที่ผมเป็นคนเล่าไม่เก่ง เพราะมีอะไรที่น่าสนใจอีกเยอะ ที่ตกข้างอยู่ในหัวของผม แต่ผมไม่ได้เขียนมันออกมาในที่นี้

ถ้ามีเวลาก็ลองแวะไปเที่ยวดูนะครับ

เหมือนกับที่มีคนเคยบอกว่า เมื่อเราเดินไกลขึ้นอีกนิดหนึ่ง ก็เหมือนกับเราได้เติบโตขึ้นอีกนิดหน่อยครับ...

 

     Share

<< 10:00 pmเช้าวันใหม่กับที่เก่า >>

Posted on Sat 10 Jun 2006 13:35


มาอัพซักทีเซะเฟ้ย!!
สุดสวย   
Tue 20 Jun 2006 1:23 [1]



Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 
 
 
The best template from http://www.oblog.cn